071062_Filler_n_Fat_Grafting

ฟิลเลอร์ (Filler) กับเติมไขมัน เหมือนหรือต่างกัน อย่างไร? มีข้อดีข้อเสียอย่างไร?

ฟิลเลอร์ (Filler) กับเติมไขมัน เหมือนหรือต่างกัน อย่างไร? มีข้อดีข้อเสียอย่างไร?

ถ้าหากคุณอยากได้เคล็ดลับที่ทำให้หน้าเด็กอ่อนวัยอยู่เสมอ และอยากห่างไกลจากริ้วรอยต่างๆ ละก็ ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะในวงการความงามมีวิธีการลดเลือนริ้วรอย ร่องแก้ม ขมับตอบ หน้าตอบ ที่จะช่วยให้คุณคงความอ่อนเยาว์เอาไว้ เช่น การฉีด ฟิลเลอร์ (Filler) และการเติมไขมัน
(Fat Grafting) ซึ่งกำลังได้รับความนิยม ว่าแต่ 2 วิธีการนี้ต่างกันอย่างไรบ้างนะ

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร
ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มที่ชื่อ Hyaluronic acid เป็นสารที่เลียนแบบสารธรรมชาติในร่างกายของคนเรา ใช้ฉีดเพื่อแก้ปัญหาผิวได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็มเพื่อลดเลือนริ้วรอย ลดร่องแก้ม ลดร่องใต้ตา ปรับรูปหน้า และยังเป็นการเติมใยคอลลาเจน ทำให้ใบหน้าดูดูเต่งตึงมีน้ำมีนวล ดูมีมิติมากขึ้นด้วย

#การเติมไขมัน คืออะไร (Fat Grafting)
ส่วนการเติมไขมัน ก็คือการดูดไขมันในร่างกายของตัวเราจากจุดหนึ่งไปเติมอีกจุดหนึ่งนั่นเอง ส่วนใหญ่มักจะดูดจากจุดที่มีไขมันส่วนเกิน เช่นหน้าท้อง ต้นแขน ต้นขา จากนั้นนำไปสกัดเอาไขมันที่มีคุณภาพหรือที่เรียกว่า “สเต็มเซลล์” เสียก่อนจึงจะนำไปฉีดบริเวณที่ต้องการได้ สามารถแก้ไขปัญหาได้หลายอย่าง ฉีดเพื่อลดเลือนริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นที่หน้าผาก ใต้ตา หางตา ร่องแก้ม หรือเติมแก้มตอบทำให้ดูมีมิติขึ้นมาได้

#ข้อแตกต่างของ ฟิลเลอร์ (Filler) กับ การเติมไขมัน
#ข้อแตกต่างของ ฟิลเลอร์ (Filler) กับการเติมไขมันคือสารเติมเต็มที่ใช้เป็นคนละตัวกัน อย่าง ฟิลเลอร์ (Filler) เป็นสารที่ชื่อว่า Hyaluronic acid สารนี้เมื่อฉีดแล้วจะอยู่ในร่างกายระยะหนึ่ง (โดยเฉลี่ย 6-12 เดือน) จากนั้นจะสลายหายไปเองโดยธรรมชาติ จึงทำให้หมดกังวลได้เพราะจะไม่เป็นอันตรายในระยะยาว

#ส่วนการเติมเต็มไขมันนั้น ใช้ไขมันของตัวเองเป็นสารเติมเต็ม ถึงจะมั่นใจว่าไม่เสี่ยงต่อการแพ้ แต่วิธีนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะไขมันเมื่อดูดออกจากร่างกายย่อมทำให้เซลล์บางส่วนตายไป ในไขมันจึงมีทั้งส่วนที่ใช้ไม่ได้ปะปนอยู่ ต้องใช้เครื่องมือในการสกัดสเต็มเซลล์ รวมทั้งต้องทำในห้องผ่าตัดอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับการเติมเต็มไขมันทางฟารีดาจึงขอสงวนสิทธิ์ในการให้บริการนะคะ เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องของสถานที่ดังกล่าว แต่มีบริการฉีด ฟิลเลอร์ (Filler) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า และเห็นผลที่ชัดเจนกว่ามาก

#ข้อดีข้อเสียของ ฟิลเลอร์ (Filler)

ข้อดี
• ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เพราะสามารถควบคุมปริมาณและทิศทางของสารเติมเต็มได้
• เห็นผลทันที ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน (โดยเฉลี่ย 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย)
• ฟิลเลอร์ (Filler) จะไม่สลายหายไปทันทีเหมือนเซลล์ไขมัน
• ราคาถูกกว่า
• เจ็บตัวน้อยกว่าการฉีดไขมัน
• ได้รับความนิยมมากกว่าการฉีดไขมัน

ข้อเสีย
• อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์ (Filler) ก็ได้ชื่อว่าเป็นสารเติมเต็มที่ไม่ใช่ธรรมชาติ 100% ทำให้ต้องดูแลอย่างดีเพื่อไม่ให้ใบหน้าเกิดพังผืด

 

#ข้อดีข้อเสียของการเติมไขมัน

ข้อดี
• ได้ทั้งกำจัดไขมันส่วนเกิน และได้เติมเต็มจุดบกพร่องอื่นที่ต้องการ
• ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้เพราะเป็นการใช้ไขมันจากร่างกายของเราเอง

ข้อเสีย
• เจ็บตัวหลายครั้งเพราะต้องดูดไขมันจากจุดใดจุดหนึ่งออก แล้วค่อยนำไปฉีดส่วนที่ต้องการเช่นใบหน้า
• ใช้เงินสูงมากเพราะกระบวนการนี้ต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะทางในการสกัดเอาเฉพาะสเต็มเซลล์ที่ดีและยังมีชีวิต
• มีความเสี่ยงที่ผลลัพธ์จะไม่เป็นดั่งต้องการ เพราะถึงแม้ว่าจะทำการสกัดไขมันแล้วก็ตาม แต่เมื่อฉีดเข้าไปแล้วก็มีโอกาสที่สเต็มเซลล์บางส่วนจะตายได้ เสี่ยงที่ใบหน้าจะไม่สมมาตร