โบท็อกซ์, โบท็อกส์, ตั้งครรภ์, ฉีดโบ, ทำโบท็อกซ์, ทำหน้า, เสริมสวย, หน้าใส, หน้าสวย, หน้า V shape, หน้าโทรม, ท้องฉีดโบได้ไหม, ครีม, ร้อยไหม, hifu, ไฮฟู, คลีนิก, คลินิก,

ท้องฉีดโบท็อกซ์ได้หรือไม่

พูดกันตามตรงคุณแม่ก็อยากหน้าสวยหน้าใสในตอนที่มีลูกน้อยทั้งนั้นแหละ เพราะช่วงนี้เราจะโทรมมากจริงๆ มีหลายคำถามที่เข้ามา ถามว่าท้องแล้วฉีดโบท็อกได้มั้ยวันนี้เรามีคำตอบ

เรื่องของความสวยความงามกับผู้หญิงนั้นถือเป็นของคู่กัน ไม่เว้นแม้กระทั่งตอนที่กำลังท้องอยู่ คุณผู้หญิงทุกคนก็ยังอยากที่จะดูดีและดูสวยเหมือนเดิม แต่เพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดตามธรรมชาติระหว่างตั้งครรภ์อันเป็นผลมาจากฮอร์โมนในร่างกายที่สูงขึ้นผิดไปจากภาวะปกติทำให้สรีระร่างกายของคุณผู้หญิงเปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างที่ใหญ่ขึ้นเพราะน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้น

ผิวบอบบางแพ้ง่าย มีปัญหาสิวอักเสบอุดตัน สีผิวเข้มขึ้นในหลายๆ ตำแหน่ง เช่น บริเวณรักแร้ ขาหนีบหน้าท้อง และรอบหัวนม โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่คุณผู้หญิงกลัวกันมากที่สุดคือฝ้า ซึ่งเป็นผลจากระดับฮอร์โมนในร่างกายที่สูงขึ้นจากภาวะปกติ

ดังนั้นการที่จะเลือกสวยอย่างปลอดภัยก็สามารถทำได้เช่นกัน ด้วยการเลือกข้าวของเครื่องใช้มาจากทำธรรมชาติ

 

สวยอย่างไรให้ปลอดภัย

 

ครีมบำรุงผิว
แนะนำว่าควรตรวจสอบฉลากหรือสอบถามผู้ขายว่าครีมบำรุงที่สนใจจะใช้นั้นมีส่วนผสมอะไรบ้าง และมีความเข้มข้นมากน้อยแค่ไหน โดยแนะนำว่าควรสอบถามให้ชัดเจนว่ามีส่วนประกอบของสารต่อไปนี้หรือไม่ เพื่อจะได้ใช้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อครับ

  • AHA (เอเอ็ชเอ)หรือ กรดผลไม้ :เนื่องจากปริมาณที่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้นั้นมีค่าต่ำมาก จึงไม่มีอันตรายใดๆ ต่อทารกในครรภ์ แต่สาเหตุที่ควรหลีกเลี่ยงนั่นก็เพราะในกรณีที่ใช้ AHA ความเข้มข้นสูงมากๆเช่น การทำทรีทเม้นท์ในร้านเสริมสวยมักจะใช้ความเข้มข้นสูงกว่า 30% อาจทำให้เกิดระคายเคืองต่อผิวได้ เพราะผิวหน้าช่วงตั้งครรภ์ จะอ่อนแอและบอบบางกว่าปกติ แนะนำว่าควรเลือกใช้ AHA ที่มีความเข้มข้นต่ำ และทาให้บางที่สุด และไม่ทิ้งไว้นานจนเกินไป ถ้ามีอาการระคายเคืองให้หยุดใช้ครับ
  • BHA (บีเอ็ชเอ)คือ กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวหนังและมักทำให้ผิวลอกได้ ซึ่งมีรายงานว่าการรับประทานยาacetylsalicylic acid มีผลรบกวนการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ได้ แต่การใช้ salicylic acid ในรูปแบบครีมบำรุงผิว หรือ เครื่องสำอางนั้นพบว่าการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดมีปริมาณน้อยมาก จึงไม่น่ามีอันตรายร้ายแรงต่อทารกในครรภ์ แต่แนะนำว่าก็ควรใช้ BHA ที่มีความเข้มข้นต่ำๆ เช่น ไม่เกิน 2% จะปลอดภัยมากกว่าครับ

ยาฆ่าเชื้อชนิดทาเฉพาะที่
มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ ซึ่งมีกลไกการออกฤทธิ์ไปลดการอักเสบโดยการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และถึงแม้ว่ายาจะถูกดูดซึมน้อยมากเมื่อเทียบกับรูปแบบรับประทาน แต่แนะนำว่าอย่าเสี่ยงดีกว่านะครับ และควรอยู่ในการดูแลแนะนำของแพทย์อย่างใกล้ชิดครับ

การฉีดโบท็อกซ์
แนะนำว่าไม่ควรฉีดโบท็อกซ์ในระหว่างตั้งครรภ์  เพราะโบท็อกซ์คือสารพิษที่ผลิตจากแบคทีเรียชนิดหนึ่ง ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ทำให้เส้นประสาทอัมพาตชั่วคราว กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดจึงไม่ทำงาน ทำให้รอยเหี่ยวย่นลดลง กล้ามเนื้อฝ่อเล็กลง แต่ถ้าได้รับในปริมาณมากเกินไป หรือผู้ฉีดไม่มีความชำนาญเกิดพลาดฉีดยาเข้าสู่กระแสเลือด พิษของแบคทีเรียชนิดนี้ก็อาจจะส่งผลไปถึงทารกในครรภ์ได้จึงถือว่าเป็นอันตรายมากครับ

 

การฉีดฟิลเลอร์ ร้อยไหม
สามารถทำได้นะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตลอดจนผลิตภัณฑ์ที่ใช้ก็ต้องมีคุณภาพ ได้รับการรับรองจากอย. และถ้าไม่จำเป็นจริงๆ แนะนำว่าควรเลื่อนไปก่อนน่าจะเหมาะสมมากกว่านะครับ

จะเห็นได้ว่าคุณแม่ที่มีน้องอยู่ ก็สามารถเสริมสวยได้เหมือนกัน แต่ต้องขึ้นอยู่กับความพึงพอใจต้องตัวเองและที่สำคัญ ต้องอยู่ภายในการควบคุม ของหมออย่าใกล้ชิดเลยนะครับ  เพียงเท่านี้คุณก็สามารถ  ทำหน้าเสริมสวยได้แล้วครับ

จะเห็นได้ว่าฉีดโบท็อกซ์นั้นมีปัจจัยหลายอย่างในการลงมือทำและส่งผล ใบหน้าของเรานะครับและอาจจะทำให้เราหมดความมั่นใจไปเลยก็ได้ถ้าทำผิด ถ้าอยากทำดีๆ สวย ลองมาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ ฟารีดา คลินิก ( Fareeda Clinic) นะครับ

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  sanook

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked *