ฉีดโบท็อกซ์ที่รักแร้ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องกลื่นตัวได้หรือไม่?

ฉีดโบท็อกซ์ที่รักแร้ ช่วยแก้ปัญหาเรื่องกลื่นตัวได้หรือไม่?

โบท็อกซ์ (Botox) เป็นยาชนิดแรกที่มีการขึ้นทะเบียนในการรักษาริ้วรอย และผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ปลอดภัยแน่นอนค่ะ สมาคมศัลยกรรมเพื่อความงามได้ว่าไว้ว่าการฉีดโบท็อกซ์นี้เป็นการรักษาด้านเวชสำอางที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ซึ่งประโยชน์ก็มีหลากหลาย อย่างที่เราได้ทราบกันดี ก็มีการฉีดริ้วรอย ปรับรูปหน้า หรือแม้กระทั่งการฉีดเพื่อลดเหงื่อทั้งบริเวณฝ่ามือและใต้วงแขน

 

ประโยชน์ด้านความงามของโบท็อกซ์ (Botox)

  1. ช่วยลดริ้วรอย ร่องลึกตีนกา เช่นบริเวณ หว่างคิ้ว หน้าผาก ตีนกา
  2. ปรับรูปหน้าให้เรียวเล็ก โดยการลดขนาดกราม หรือกล้ามเนื้อขากรรไกร
  3. ลดขนาดกล้ามเนื้อน่อง ทำให้ขาเรียวเล็ก
  4. ลดกลิ่นเหงื่อบริเวณรักแร้
  5. การใช้เพื่อขนาดกล้ามเนื้อส่วนต่างๆที่มากเกินงาม
  6. การใช้เพื่อประเด็นอื่นๆ เช่น ลดความมันบนใบหน้า เป็นต้น

 

การใช้โบท็อกซ์เพื่อลดกลิ่นเหงื่อบริเวณรักแร้

การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) คือการ ฉีดสารโบทูลินัมทอกซิน เข้าไปบริเวณรักแร้ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อไปขวางการทำงานของต่อมเหงื่อ และต่อมกลิ่นบริเวณใต้วงแขน ให้สามารถทำงานได้ลดน้อยลง ซึ่งมีระยะเวลาให้ผลประมาณ 3-4 เดือนขึ้นไป โดยจะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ และความชำนาญของแพทย์ในการคำนวณปริมาณ และการฉีดที่แม่นยำ

 

จากที่ผ่านมา ได้มีการศึกษา และพบว่าการฉีดโบท็อกซ์ ( Botox ) รักแร้สามารถช่วยลดเหงื่อ และกลิ่นตัวได้ประมาณ 35-80% โดยเฉพาะกับกลิ่นตัวที่จะเห็นผลได้ค่อนข้างน้อย เรียกว่าได้ ก็มีส่วนช่วยในการลดปัญหาเหงื่อ และกลิ่นตัวได้จริง แต่ไม่ถึงกับ 100% นั้นเอง

 

สำหรับสภาวะที่สามารถใช้สารโบทูลินัมทอกซิน (Botulinum toxin) ในการรักษาได้นั้นต้องเป็นภาวะเหงื่อออกมากเฉพาะที่ ซึ่งมักจะพบที่ใต้รักแร้มากที่สุด ปัญหาของคนเหงื่อออกมากเฉพาะที่ บางทียังไปไม่ถึงไหน ก็จะมีเหงื่อออกชุ่มเสื้อจนเป็นวงและเกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ชวนเป็นที่รังเกียจของคนรอบข้าง

 

ข้อเสียของการฉีดยารักษาภาวะเหงื่อออกมาก

ก็คงเช่นเดียวกับการฉีดยาทั่วๆไปคือ มีรอยเข็ม อาจจะมีจ้ำเลือดเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน  ศึกษาหาข้อมูลและควรเข้ารับบริการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความชำนาญด้านการฉีดโบท็อกซ์ ( Botox ) โดยผู้สนใจเข้ารับบริการ ควรเลือกทำที่คลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ฟารีดา คลินิก (Fareeda Clinic) ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ

 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สมาคมศัลยกรรมเพื่อความงาม

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked *