รู้จักอาการดื้อโบท็อกซ์กันหรือยัง?

รู้จักอาการดื้อโบท็อกซ์กันหรือยัง?

ทุกอย่างต้องมีความสมดุล และการหาข้อมูลก่อนทำ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง โปรดจำไว้ว่าถึงจะเรียกสาร โบท็อกซ์ ( Botox ) เหมือนกันแต่ว่าความจริงแล้วสารประกอบภายในก็ไม่เหมือนกัน หากไม่หาข้อมูลให้ดีอาจเสี่ยงเจออาการ “ดื้อโบท็อกซ์” ซึ่งพบมากถึง 82 เปอร์เซ็นต์ในผู้หญิงไทย

 

อาการแบบนี้ เรียก “ดื้อโบท็อกซ์” หรือเปล่า ?

สาเหตุของอาการดื้อ โบท็อกซ์ ( Botox ) ก็คือ การเลือกใช้ โบท็อกซ์ ที่ไม่ได้รับการรองรับจาก อย. และเป็น โบท็อกซ์ ที่ไม่บริสุทธิ์ จึงทำให้เกิดสารตกค้าง หรือขยับใบหน้าไม่สะดวก ดูไม่เป็นธรรมชาติ ทำให้หลังฉีดผลลัพธ์ที่ออกมาก็ไม่เหมือนเดิม หลายคนที่ไม่รู้ตัวก็จะแก้ปัญหาด้วยวิธีการเพิ่มปริมาณ โบท็อกซ์ให้มากขึ้นจาก 100 ยูนิต เป็น 200 ยูนิต และฉีดซ้ำบ่อยขึ้นเพื่อต้องการให้หน้าเรียวอยู่ตลอด แต่นั่นไม่ใช่เรื่องดีแน่

เมื่อแพทย์พบว่าผลของการฉีด โบท็อกซ์ ( Botox ) ไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าเดิม ก็สามารถประเมินได้ว่าคุณมีอาการดื้อโบท็อกซ์แล้ว เนื่องจากถ้าหากเลือก โบท็อกซ์ ( Botox ) ที่ไม่บริสุทธิ์จะมีสารที่เรียกว่าคอมเพล็กซิ่งโปรตีนเจือปนอยู่ ซึ่งก็คือสาเหตุของการ “ดื้อโบท็อกซ์” ถึงตอนนี้ถ้าใครได้เจอกับตัวก็เป็นอันต้องหยุดพัก เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ สลาย โบท็อกซ์ ให้หมดก่อน โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-2 ปี แต่ส่วนใหญ่แล้วคนไข้มักรอไม่ไหว หากจะต้องหยุดฉีดไปนานเป็นปีขนาดนั้น

 

เคล็ดลับง่ายๆ หากไม่อยากต้องเจอปัญหาอาการดื้อโบท็อกซ์

 

  1. ควรฉีดเพียงปีละ 2 ครั้ง ไม่ถี่เกินไป

ด้วยความที่ โบท็อกซ์ ( Botox ) เป็นสารสกัดจากธรรมชาติจึงมีอายุที่สามารถอยู่ในร่างกายของเราได้ประมาณ 3-4 เดือนเท่านั้น (แล้วแต่บุคคล) จากนั้นก็จะค่อยๆ สลายไป หน้าของเราก็คืนสู่สภาวะปกติ จึงต้องมีการฉีดซ้ำเรื่อยๆ สำหรับความถี่ในการฉีด โบท็อกซ์ ควรฉีดต่อเนื่องในระยะที่เหมาะสม ไม่ถี่จนเกินไป

 

  1. ใช้กล้ามเนื้อให้น้อยลง หลีกเลี่ยงการกระตุ้น

หลังจากฉีด โบท็อกซ์ ( Botox ) ไปสักระยะหนึ่งแล้ว หากกล้ามเนื้อไม่ได้ใช้งานอย่างต่อเนื่องนานๆ จะทำให้ขนาดกล้ามเนื้อเล็กลงและกลับมาทำงานได้ยากขึ้น ทำให้ โบท็อกซ์ อยู่ได้นานขึ้น แต่ถ้ากล้ามเนื้อถูกกระตุ้นให้ใช้งานบ่อย เช่น ยิ้ม เลิกคิ้ว กล้ามเนื้อจะแข็งแรงขึ้นและทำให้ โบท็อกซ์ อยู่ได้สั้นลง

 

  1. ควรฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

เลือกคลินิกที่ได้มาตรฐานและหมอที่มีความเชี่ยวชาญในการประเมินกล้ามเนื้อที่จะฉีด ว่าจุดไหนความลึกเท่าใด หากฉีดไม่ตรงจุด ก็จะเกิดปัญหาเห็นผลช้าหรืออยู่ได้สั้นลงและสารที่ปลิวกระจายไปอาจจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้นมา ทำให้ “ดื้อโบท็อกซ์” ตามมาได้

 

หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถปรึกษา ฟารีดา คลินิก ( Fareeda Clinic ) ได้ที่ Line@ : @fareeda_clinic พวกเรายินดีให้คำปรึกษา เพราะความสวย…หยุดไม่ได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Merz Aesthetics Thailand

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked *