การปฏิบัติตัวในการฉีด โบท็อกซ์ ( BOTOX )

การปฏิบัติตัวในการฉีด โบท็อกซ์ ( BOTOX )

วิธีที่เห็นผลเร็วและเป็นที่นิยมกันมากในตอนนี้คือ “โบท็อกซ์” ( Botox ) เพราะในวงการเสริมความงามนั้น “โบท็อกซ์” สามารถช่วยทำให้ริ้วรอยต่างๆ ที่หย่อนคล้อยนั้นลดลงได้ และยังช่วยกระชับใบหน้าให้ดีขึ้น แลดูอ่อนเยาว์กว่าวัย ช่วยลดริ้วรอย ไม่ว่าจะเป็น หน้าผาก รอยตีนกา ริ้วรอยรอบดวงตา ปาก ยกคิ้วขึ้น และตาดูโตขึ้น เหมาะสำหรับใช้ปรับรูปหน้าให้เรียวกระชับ เห็นผลไว แบบไม่ต้องศัลยกรรม

 

ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีดโบท็อกซ์ ( Botox ) ?

ก่อนเข้ารับบริการฉีดโบท็อกซ์ ( Botox ) ควรงดรับประทานวิตามินที่ทำให้เลือดหยุดไหลยากและอาหารเสริมต่าง ๆ ก่อน 1 สัปดาห์ เช่น ยาแอสไพริน ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) วิตามินซี น้ำมันตับปลา แปะก๊วย สำหรับใครที่จัดฟันอยู่ แนะนำให้จัดฟันให้เข้าที่ก่อน เนื่องจากการฉีดโบท็อกซ์จะทำให้กล้ามเนื้อลด แก้มจะตอบขึ้น อาจส่งผลต่อเครื่องมือจัดฟันและอาจกดแนวการเคลื่อนของฟันที่วางแผนไว้ได้ค่ะ

 

ดังนั้น ถ้าใครต้องการจะฉีดโบท็อกซ์ ( Botox )ไม่ว่าจะเพื่อลดริ้วรอย หรือปรับรูปหน้า ขอแนะนำให้เข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อทำการประเมินก่อนเสมอ ควรศึกษาหาข้อมูลคลินิกให้ดีและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน

 

ปฏิบัติตัวหลังฉีดโบท็อกซ์ (Botox)

  1. หลังจากฉีดโบท็อกซ์แล้ว แนะนำให้กัดฟัน ขยับปาก หรือเคี้ยวหมากฝรั่งประมาณ 40 นาที เพื่อกระตุ้นให้ยาออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
  2. ไม่นอนราบในช่วง 3 – 4 ชั่วโมงแรกหลังจากฉีดโบท็อกซ์ เพราะโบท็อกซ์อาจไหลไปในบริเวณที่ไม่ต้องการ
  3. ให้นอนหงาย หนุนหมอนสูง ในคืนแรกของการรักษา
  4. ไม่นวด กด บีบ คลึง บริเวณที่เพิ่งทำการฉีดโบท็อกซ์มาเป็นเวลา 6 – 8 ชั่วโมง เนื่องจากการทำให้ยากระจายไปออกฤทธิ์ยังบริเวณอื่นได้
  5. หากมีอาการบวมแดงหรือช้ำในช่วง 1 – 2 วันแรกหลังการฉีดโบท็อกซ์ สามารถใช้น้ำแข็งประคบได้
  6. ภายใน 2 สัปดาห์แรก ไม่ควรให้บริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์สัมผัสความร้อน
  7. ควรพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลการรักษา และหากพบความผิดปกติก่อนวันนัด เช่น หนังตาตก ปวดศีรษะ ปวดคอ เห็นภาพซ้อน ตาแห้ง มีอาการแพ้หรือหายใจไม่สะดวก ควรติดต่อแพทย์ทันที

 

การฉีดโบท็อกซ์ ( Botox )ไม่เหมาะกับใคร?

  1. คนที่มีปัญหาเรื่อง โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น โรคหอบหืด โรคถุงลมโป่งพอง อาจจะอันตรายถึงชีวิต
  2. คนที่มีปัญหาเรื่อง กล้ามเนื้อในการกลืน
  3. คนที่เป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงต่างๆ เช่น
    – amyotrophic lateral sclerosis (ALS)
    – Lou Gehrig’s disease
    – myasthenia gravis
    – Lambert-Eaton syndrome
  4. มีอาการติดเชื้อที่ผิวหนังในจุดที่จะฉีดโบท็อกซ์
  5. มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ หรือ มีภาวะติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ
  6. ผู้ที่กินยาละลายลิ่มเลือด หรือ มีปัญหาเลือดออกง่ายหยุดยาก ไม่แนะนำให้ฉีดทุกกรณี

 

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์ ( Botox ) กันไปแล้ว คราวนี้คุณสาว ๆ คนไหนที่อยากจะสวยด้วยการฉีดโบท็อกซ์ ( Botox ) ที่สามารถช่วยเรื่องความมั่นใจให้กับเจ้าของใบหน้า เมื่อต้องพบปะพูดคุย ติดต่อประสานงานต่างๆ และยังช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถืออีกด้วย เพื่อความสวยงามที่ปลอดภัย คนไข้ที่ต้องการฉีดโบท็อกซ์ลดกราม จึงต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ

 

ควรเข้ารับบริการกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความชำนาญด้านการฉีดโบท็อกซ์ ( Botox ) โดยผู้สนใจเข้ารับบริการ ควรเลือกทำที่คลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ มีความปลอดภัย หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ฟารีดา คลินิก (Fareeda Clinic) ยินดีให้คำปรึกษาค่ะ

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked *