โบท็อกซ์, โบท็อกส์, Botox, ไฮฟู, HIFUl, ตีนกา, หน้าใส, กระจ่างใส, Vshap, ฉีดโบ, ทำโบ, ร้อยไหม, หน้าเกาหลี, เกาหลี, ความสวย, ความงาม, เสริมความงาม, ฉีดโบท็อกซ์, ผิวแห้ง, แต่งหน้า, หน้าขาว, ขาว, บำรุงผิว

อาการที่พบหลังทำโบท็อกซ์

ผู้หญิงหรือผู้ชายที่ไปฉีดโบท็อกซ์ ( botox ) จะรู้ได้ถึงอาการที่พบไม่ต้องแปลกใจถ้าเราอยากสวยเราก็ต้องทน อยากหล่อก็เช่นกันวันนี้เรามาบอกถึงอาการที่พบหลังทำโบท็อกซ์กันครับ

การเติมเต็มใบหน้าเพื่อลดริ้วรอย เติมเต็มใบหน้าให้ได้สัดส่วนหรือฉีดหน้าเรียวด้วยโบท็อกซ์  ( Botox ) ยังเป็นที่นิยมกันอย่างต่อเนื่อง สำหรับสาวๆที่รักสวยรักงามหรือเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง

บางคนเมื่อฉีดมาแล้วอาจจะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่ใจต้องการ

ปวดกราม

มักจะมีอาการปวดกรามอยู่บ่อยๆและกล้ามเนื้อมุมกรามจะฝ่อตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

เคี้ยวอาหารได้ลำบาก

มากขึ้น โดยเฉพาะอาหารที่มีความยืดหยุ่น แข็ง หรือมีความเหนียวสูง เพราะกล้ามเนื้อบริเวณกรามที่ถูกฉีดสารโบท็อกซ์

ข้อต่อระหว่างขากรรไกรหลวม

เวลาอ้าปากกว้างๆ แล้วหุบปากเข้าจะรู้สึกกึกๆ ที่ข้อต่อขากรรไกร บางคนอาจรู้สึกปวดกล้ามเนื้อในบริเวณขากรรไกรบ้างเป็นบางครั้ง เพราะขากรรไกรที่ทำหน้าที่ยึดข้อต่อไม่แข็งแรงเท่าเดิม

ใบหน้าไม่ได้สมดุล

บางคนเมื่อทำการฉีดสาร โบท็อกซ์  ( Botox ) ไปได้แล้วสักพัก จะพบว่าใบหน้าซ้ายขวาไม่เท่ากัน ซึ่งเกิดขึ้นเพราะเวลาเคี้ยวอาหารเหนียวๆหรือแข็งๆ มัดกล้ามเนื้อในบริเวณกรามก็จะขยายตัวโตขึ้นตามไปด้วย

ยิ้มแล้วปากเบี้ยว

ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากการฉีดสารโบท็อกซ์ผิดตำแหน่งโดยแพทย์ที่ขาดความเชี่ยวชาญ

แก้มหย่อนคล้อย

มักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีไขมันที่สะสมอยู่บริเวณแก้มเยอะ เมื่อทำการฉีดสารโบท็อกซ์ เข้าไปในบริเวณกราม กล้ามเนื้อกรามจะเล็กลง

หนังตาตก

หางคิ้วยกขึ้น หน้าผากตกและตึง เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นโดยส่วนใหญ่เกิดจากการที่สารจากโบท็อกซ์กระจายตัวไปยังกล้ามเนื้อมัดอื่น ที่ไม่ได้เป็นกล้ามเนื้อเป้าหมายในการฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียว อาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น ภายหลังจากการฉีดโบท็อกซ์ในระยะเวลา 3 ชม

ห้ามนอนทับหรือนอนสูงเกิดไป ต้องระวังการนอนให้ดี ไม่งั้น โบท็อกซ์  ( Botox ) จะไหลย้อนไปยังที่อื่นได้

รู้สึกหน้าแข็งไปทั้งหน้า

ใบหน้าจะรู้สึกตึง ขยับ หรือบังคับกล้ามเนื้อบนใบหน้าไม่ได้ดังใจ อาการเหล่านี้ จะค่อยๆหายไปภายใน 1-2 สัปดาห์

ใบหน้าบางส่วนเป็นอัมพาธ

ทำให้ใบหน้าดูไร้อารมณ์ ไม่สามารถดูออกได้ว่ากำลังดีใจหรือโกรธอยู่ ซึ่งจะเป็นอาการชั่วคราวไม่ถาวร และจะค่อยๆ หายไปตามระยะเวล

เกิดการแพ้ตัวยา

ทำให้เกิดอาการอ่อนเพลีย มีไข้ต่ำๆ ปวดหัวเล็กน้อย คลื่นไส้ อาเจียน หรือผื่นคัน ในบริเวณที่ทำการฉีด เป็นต้น

หน้าเรียวขึ้นเพียงไม่กี่เดือนก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม

โดยปกติแล้วสารโบท็อกซ์จะออกฤทธิ์ช่วยทำให้ใบหน้าเรียวอยู่ประมาณ 3-6 เดือน หลังจากนั้น สามารถทำการฉีดซ้ำได้เพื่อรักษาโครงหน้าให้ยังคงเรียวเข้ารูปเอาไว้

เกิดถุงใต้ตา

กล้ามเนื้อรอบตา นอกจากข้อเสียที่ทำให้เกิดรอยตีนกาแล้ว หนึ่งในข้อดีหลายๆข้อของกล้ามเนื้อนี้ คือการพยุงหรือเป็นตะแกรงคอยกั้นไม่ให้ไขมันที่อยู่ข้างล่างมันปูดออกมา

หลายคนไม่ชอบรอยริ้วๆเล็กๆใต้ตา ก็มักจะแก้โดยการฉีด Botox เพื่อแก้ปัญหา พอฉีดไปเรื่อยๆ บ่อยๆ กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวก็จะอ่อนแรงลงทำให้ไขมันที่อยู่ใต้กล้ามเนื้อนี้สามารถดันกล้ามเนื้อจนเห็นปูดเป็นถุงใต้ตาเกิดขึ้น

ฉีดโบท็อกซ์ เราต้องศึกษาข้อมูลอย่างดีเพราะใบหน้าจะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต ถ้าหากเราทำพลาดแล้วก็ไม่มีอะไรที่จะต้องแก้ไขมันได้แล้ว เพราะความสวยนั้น ขึ้นอยู่กับคุณว่าจะเลือกไปในทางไหน

หากใครทำมองหาคลินก เราขอแนะนำ ฟารีดา คลินิก ( Fareeda Clinic ) ได้ที่ Line@ : @fareeda_clinic พวกเรายินดีให้คำปรึกษา เพราะความสวย…หยุดไม่ได้

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก  waleerat

ใส่ความเห็น

Your email address will not be published. Required fields are marked *